คอลัมน์วัคซีนเพื่อประชาชน/นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 22 มิ.ย.61 โดยหมอบ้านสวน

"รัฐต้องยกระดับการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม"

        องค์การอนามัยโลกกำหนดแผนปฏิบัติการวัคซีนโลก(GVAP) เพื่อส่งเสริมประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกชุมชนทั่วโลกให้เข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้เป็นการผลักดันการป้องกันการป่วย การตายจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 จึงกำหนดให้เดือนเมษายน สัปดาห์สุดท้าย ของทุกปี เป็นสัปดาห์สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 24 -30 เมษายน ประเด็นสำคัญหนึ่งที่องค์การอนามัยโลกย้ำเน้น คือ การให้และรับบริการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ยังเป็นปัญหา สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน 3 กลุ่มเด็กที่ยังมีปัญหา การรับวัคซีนยังมีอัตราความครอบคลุมต่ำกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ 
1)เด็กไทยในชุมชนแออัดและเด็กติดตามแรงงานเคลื่อนย้าย
2)เด็กติดตามแรงงานต่างด้าวและเด็กรอพิสูจน์สัญชาติ และ 
3)เด็กชายแดนใต้ 
       สถาบันวัคซีนแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่าย รวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขและประชาชนจากหลายจังหวัด ร่วมเสวนาและระดมสมองประชุมกลุ่มย่อย ในวันที่ 24 เมษายน 2561 ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพมหานคร ในหัวข้อ “เด็กด้อยโอกาสกับเข้าถึงวัคซีนพื้นฐานในประเทศไทย” ในการประชุมมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมองว่าการดำเนินงานของรัฐในเรื่องนี้ยังขาดความชัดเจน และยังใส่ใจกับเด็กกลุ่มดังกล่าวไม่มากเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชาสัมพันธ์ยังขาดประสิทธิภาพ
      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ข้อมูลและแสดงความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการวัคซีนยังให้ข้อมูลไม่ทั่วถึง ช่องทางการประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป เอกสารยากต่อการเข้าใจ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลด้านวัคซีนยังไม่เพียงพอ ประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญของวัคซีน ความสำคัญของการไปรับวัคซีนตามกำหนด บางครั้งสื่อสารไม่ถูกต้อง ทำให้เข้าใจผิดพลาด เกิดความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของวัคซีน อีกทั้งไม่ทราบว่าสถานที่ให้บริการวัคซีนอยู่ที่ไหน ทำให้ไม่สามารถเข้ารับบริการวัคซีนในพื้นที่ที่ย้ายไปอยู่อาศัยใหม่ได้ โดยสรุป ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้เห็นว่า นอกเหนือจากมาตรการอื่น ๆ รัฐหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญและยกระดับการประชาสัมพันธ์การให้บริการวัคซีนให้มีประสิทธิภาพและจำเพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เชื่อได้ว่าจะทำให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกับเด็กกลุ่มอื่น ๆ ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต
 

ที่มา : สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)